12 สิงหา วันแม่แห่งชาติกับการเดินทางไปโรงเกลือ

ปีนี้เป็นปี แรก หลังจาก 20 ปีที่ผ่านมาไม่เคยกลับหาแม่ที่บุรีรัมย์ในวันแม่เลย เพราะตอนเมื่อก่อน ก็ยังเด็ก นังรถทัวร์ไม่ค่อยเป็น อายุเยอะขึ้นมาหน่อย ก็ไม่ค่อยอยากไปคนเยอะ พอโตขึ้น ก็ติดเรียน ปีนี้จบป.โท พอดีว่าง และ คิดว่าลองฝ่าฝูงชนไปหาแม่สักครั้ง อยากไปกราบเท้าแม่อย่างไม่ขัดเขิน เพราะใครๆเค้าก็ทำกันในวันนี้ (จริงๆไม่กล้าทำเพราะอาย T-T ไม่ดีนะครับ ไม่ดี)

และก็ได้ฝ่าฝูงชนสมใจ เพราะติดรถเพื่อนไปจากกรุงเทพฯเย็นวันศุกร์ ถึงโคราช ก็ถึงโคราชประมาณ ตี 2 ครึ่งได้ ก็นั่งรถแดงต่างจังหวัดต่อเข้าอำเภอ
ซึ่งตอนนั้นต้องยืนตลอด และคนแน่นเป็นที่สุด ทุกอนูของพื้นรถแดงเบียดเสียดไปด้วยคนยืน ซึ่งยืนกันแบบไม่เต็มตัว ต้องตะแคงๆเบียดๆกัน ระยะทางจาก โคราช ไป บ้านผมใช้เวลา 2 ชั่วโมง กว่ารถจะออกก็ตี 4 ช่างเป็น 2 ชั่วโมงที่ยาวนานที่สุด แทบอยากลงเดิน (จากโคราชไปบ้านผมแค่ 100 กิโลเอง) และในที่สุดก็ถึงบ้านในเวลา 6 โมงเช้า เดินเข้าห้องน้ำที่ บขส เห็นหมีแพนด้าหน้ากระจก แว๊บๆ แล้วก็ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ เหนื่อยแต่ก็ รู้สึกดีใจลึกๆ เพราะว่าแม่เองก็แสดงออกว่าดีใจที่ได้เจอกัน ในวันที่แสนจะไม่เกี่ยวกับเราสองคนวันนี้

กลับมาบ้านคราวนี้ ผมมีความตั้งใจว่าจะไปโรงเกลือ ไปหาซื้อเป้มาใช้ซะหน่อย เพราะว่าที่ซื้อที่ กรุงเทพฯ ก็ 300-400 และ 200 ในบางโอกาส เนื่องจากเป็นที่ชอบซื้อเป้มาก เจอทีไรเป็นซื้อทุกที เห็นเป็นต้องแวะ เห็นแล้วอยากได้ไปซะหมด เลยกะว่าจะไปถล่มเป้ โรงเกลือ สักหน่อย ออกสายไปหน่อย ไปถึงโรงเกลือที่จอดรถสะดวกสะบาย เดินสะดวก เพราะคนไม่เยอะ เดินดูแล้วรู้สึกเหมือนเดินสวนในวันที่คนน้อยๆ เพราะไปเจอคนน้อย ไม่ต้องยืนแย่งกัน และ พอบ่ายๆ ฝนก็ตกต่อเนื่องเป็นระยะๆ เดินเลือกซื้อ รองเท้า (แม่ก็ซื้อ) เพิ่งรู้ว่าแม่เป็นคนที่ต่อสินค้าได้ดุเดือดสุดๆ จากราคา 190 เหลือ 100 เดียว อันนี้รองเท้าผมเอง แต่รองเท้าของแม่เท่าที่จำได้ แม่ต่อซะคนในร้านเสียการทรงตัวเลยทีเดียว

โรงเกลือวิธีต่อของแม่ง่ายมาก ต่อให้ต่ำสุดๆ แล้วไล่ขึ้น พอไม่ได้ราคาที่แม่ต้องการแม่จะเดินหนีทันที 555 (ฉันไม่เอาก็ได้ย่ะ) ดังนั้นถ้าเป็นสินค้าปกติ เค้าจะยอมอย่างง่ายดาย แม่จึงถอยรองเท้าและ กระเป๋ามาให้ตัวเอง อย่างละ 3 – 4 ชิ้น เป็นที่บันเทิงใจ

พอเริ่มใกล้ค่ำ ญาติที่ไปเริ่มเหนื่อยเริ่มแตกวง ผมเลยเดินเล่นกับแม่ 2 คน พาแม่ไปเดินดูเป้อย่างที่ตั้งใจไว้ ที่ โรงเกลือเค้าแบ่ง โซนในการขายไว้ชัดเจน (ผมไม่รู้เมื่อก่อนเป็นไงนะ แต่ตอนนี้เดินง่ายมากเลย) ผมก็ดูพวกของปลอมไม่ค่อยเป็น ผมก็แค่จะหาเป้ที่มันมีรูปออกของหูฟัง สายไม่รกเกินไป ช่องใส่ของเยอะๆ สามารถใส่ Notebook ได้ (ข้อนี้ยากสุดๆ เพราะคนเค้าเอาไปกันหมดแล้ว) และต้องดีกว่าอันเก่าที่เคยใช้ เดินไปถามไปส่วนใหญ่จะไม่มี ส่วนใหญ่จะเป็นเป้ธรรมดา ก็สวยหลายอันเหมือนกันแต่ไม่ตรงประเด็น จนมาสะดุดร้านนึงที่บอกว่าร้านเค้าเป็นร้านขายส่ง ขายตามสภาพว่ากันไป แม่ดูกระเป๋าสะพายเล็กๆ ตามสไตล์ที่อยากได้ผมเห็น กระเป๋า adidas สีส้ม สะพายข้างอันเก่าของผมมีขายด้วยเลยยืนดู พลิกไปพลิกมา เลือกไปเลือกมาสะดุด Targus เฮ้ยยย เจอแล้วววว Targus สีดำดูหมองๆ* ในกองเป้มือสองนับพันใบ สภาพพอรับได้ ถามคนขายว่าราคาเท่าไหร่ เค้าบอก 250 พอสะกิดแม่ว่าต่อให้หน่อยนะแม่นะ ครั้งแม่ Mission แม่ไม่สำเร็จ เพราะต่อลดราคาลงมาแค่ 20 บาท เพราะไม่ว่าจะเดินหนีหรือเล่นมุขอะไรคนขายล้วนไม่เล่นด้วย แม่ทำท่าจะไม่เอา แต่ผมก็ตัดสินใจซื้อเรียบร้อยร้อย ตระกูล ภิญโญ ผมได้เป้กลับบ้านสมใจในวันนั้น

เข้าเช้าวันที่ 12 วันแม่แห่งชาติ ตอนบ่ายๆ พาแม่ไปซื้อตู้เย็นเนื่องจากเงินน้อย เลยได้ แค่ตู้เย็นขนาดกลาง เพราะซื้อ 2 ประตูไม่ไหว รอก่อนนะครับแม่ อีกหน่อยคง 2 ประตู ^^ เวลาเย็นใกล้ๆกลับกรุงเทพฯก็ได้กราบแม่พร้อมพวงมาลัย 1 พวง

ถือว่ามาคราวนี้คุ้มค่าตรงมาผ่าฝูงชน อดทนยืน และตู้เย็นของแม่ (ของเก่าแม่เป็นตู้เย็นซิงเกอร์ รุ่น Blue Line ทนสุดยอดแม่ซื้อตั้งแต่ผมยังไม่เกิด แม่ยังไม่รู้จักพ่อ ผ่อนเอา) และกระเป๋าของผม ได้ทุกอย่างสมใจ

จบครับ
ปล.
Targus ที่ได้มานั้นเป็นรุ่น Targus Backpack Sprint SKU:CUB01 ไม่มีขายในอเมริกา ขายอยู่ใน Zone ยุโรป ตามที่ผม Search เจอก็มีที่ เยอรมัน และ นอร์เวย์ แปะรูปให้ดูนิดนึงครับ

Targus

One Comment

  1. pak says:

    เป้สวยดีพี่นพ แค่ 220 เองเหรอ กลับบ้านไปฝากซื้อด้วยดิ ฮา ๆๆ

Leave a Reply