บริจาคเลือด ครั้งแรก กับ กิโลเมตรที่ 30
บริจาคเลือด ครั้งแรก กับ กิโลเมตรที่ 30

วันนี้เป็นวันที่ตัดสินใจได้ว่าจะลองบริจาคเลือดอีกครั้ง (เคยลองมาครั้งนึง หมอเค้าบอกเลือดจางนะจ๊ะ บริจาคไม่ได้) ซึ่งตอนนี้อ้วนกว่าเมื่อก่อนเยอะ (เมื่อก่อน (อายุ 20) 45 เดี๋ยวนี้ (อายุ 30) 67 มันอ้วนมาได้ยังไงยังงง) เลยคิดว่าคราวนี้น่าจะได้แน่นอน แต่ เมื่อคืนนอนดึกไปนิด เลยไม่ค่อยมั่นใจ ว่าจะบริจาคได้หรือเปล่า ข้าวเช้าก็ไม่ได้กิน ถามพี่ที่ Office ว่าบริจาคได้มั้ย เค้าบอก “ได้ ได้ เอาเลย” เท่านั้นเอง
ผมเดินทางไปกับ พนักงานที่ต้องการบริจาคเลือด เนื่องจากเป็นวันทำบุญของบริษัท ที่ สภากาชาติไทย ซึ่งใกล้ Office มาก อึดใจเดียวก็ถึงแล้ว พอไปถึง ก็กรอก ข้อมูลของผู้บริจาคครั้งแรก แล้วรอตรวจ สุขภาพเบื้องต้น (สอบถามธรรมดา พร้อมเจาะเลือด วัดความเข้ม) ผมก็เดินด้วยความเงอะงะไปตาม จุบริการต่างๆ ซึ่งทุกขั้นตอนรวดเร็ว เนื่องจากผมนอนดึกไปหน่อย เค้าเลยวัด ความเข้มของเลือดสักนิด วัดมา ปรากฏว่า 16.2 ก็เดินไปเค้าเตอร์ เพื่อลงทะเบียนผู้บริจาคใหม่ เมื่อเรียบร้อยแล้ว เดินไปหาพี่ ที่คอยบริการ เค้าถามว่าเป็นไงบ้าง เพราะวันก่อนผมนอนดึกไปนิด
พี่โจ้ : “เลือดเข้มเท่าไหร่อะเราอะ ”
นพ : “16.4 คัพพี่” (คัพ เป็นสำเนียงที่ผมพูด ผมพูดอย่างนี้จริงๆ แต่ถ้าเข้างานสังคม ผมจะพูดครับ)
พี่โจ้ : “เห้ยยย มัยสีมันเข้มงี้”
นพ : “อ้อ สงสัยเหล้ามันบูดคัพ”
หลังจากพี่เค้าให้ผมเดินไปดื่มน้ำ เมื่อดื่มเรียบร้อย ผมก็เดินขึ้นชั้นบน บริจาคทันที เค้าก็ให้ผมนั่งแล้วก็บีบ ๆ สิบนาทีได้ ฟังเพลง ดา เอนโดฟินไม่ทันจบ เสร็จแล้ว – -” ช่างรวดเร็ว หันไปมอง เลือดในถุงนึกในใจ “เห้ยสีนี่มันเลือดหมูเลยนี่หว่า สงสัยกูจะอ้วนไปละ” ออกมาดื่ม โอวันติน พร้อม ขนมที่หาซื้อไม่ได้ตามโลตัส เซเว่น และ ร้านอาม่า อร่อยดี ต้องบอกว่าขั้นตอนการบริจาคเลือดนั้น มันช่างสะดวกสะบายเป็นอย่างมาก พนักงานที่คอยบริการก็บริการได้สมกับสถานที่ พี่โจ้กล่าวไว้ว่า “ถ้าจะกินไก่ต้อง KFC จะบริจาคเลือดดีดีต้อง สภากาชาติ) ” ^^ นับเป็นกิโลเมตรที่ ๓๐ ที่รู้สึกดีจริง
ปล.
ไม่มีใครรู้จักหมายเลขหลักกิโลเมตร เท่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลัก
ขอบคุณ ยุ่งจิง ที่ถ่ายรูปให้เนื่องจากทำงานที่เดียวกัน :wink:




