ขึ้นหัวข้ออย่างนี้ อาจจะดูรุนแรงเกินไปสำหรับ หนังที่ฉลอง 80 ล้านบาท ที่ชื่อ “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” (ซึ่งชาตินี้ความหวังในเงินจำนวนขนาดนี้คงเป็นไปได้ยาก สำหรับตัวผมเอง) แต่สำหรับผมแล้ว หลังจากดูหนังตัวอย่าง และ ได้ฟังเพลงประกอบภาพยนต์ (อย่างน้อย Big Ass) ความคิดหึกเหมในใจในการที่จะเปิดใจรักกับใครสักคน หรืออะไรสักอย่าง เท่าที่อารมณ์รับรู้ได้ มันพุ่งพรวด ทำให้คิดว่า นี่แหละ หนังไทย ที่อยากเสียเงินไปดูอีกสักเรื่อง แต่จนแล้วจนรอดด้วยเวลาที่มีอยู่ในชีวิต มีไม่พอ จึงทำให้ไม่พ้นต้องดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ เหมือนดัง ดีๆ ที่เสียใจที่ไม่ได้ไปดูในโรงอย่างเรื่องอื่นๆ แต่มาเรื่องนี้ กลับผิดคาด หนังที่คิดว่าจะเก็บเกี่ยว อารมณ์ความรักที่มีอย่างเต็มล้นในหนัง กลับพบว่า ความรักที่เราคาดกลับพบได้ที่หนังตัวอย่างเพียงเท่านั้น อย่างอื่นเศร้าหมด เฮ้ย อย่างนี้ก็ผิดทางสิ สาเหตุหลักอาจจะเป็นเพราะหนังตัวอย่าง และแรงโปรโมท จึงทำให้เราคิดว่า จะเป็นหนังพี่พกรอยยิ้มหลังจากออกจากโรงหนังแล้ว (ในที่นี้เป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์) แต่ ด้วยเนื้อหา ที่ความผูกพันในตัวละครแสนจะสั้น (ก้อแบ่งเป็น 8 คู่ใน 2 ชั่วโมงนี่ จะให้เหลืออะไรได้) การปูพื้นในความรู้สึกรักกับตัวละครจึงขาดหายไป [...]
ในช่วงที่จะหาดูหนังรักดีๆ สักเรื่องช่างแสนลำบากนั้น ผมกลับได้ดูหนังรักเบาๆ ที่มีการดำเนินเรื่องน่าสนใจ (วัดจากตัวผมเอง ถ้ามันไม่น่าสนใจผมปิดไปตั้งแต่ 5 นาทีแรกแล้ว) หนังเรื่องนี้ทำให้ผมเสียใจอีกครั้งที่ไม่ได้ดูในโรง (ส่วนใหญ่เค้าไปดูหนังบู๊กันในโรง แต่ผมไม่ได้ต้องเป็นหนังแบบนี้เท่านั้น) แม้ผมจะเห็นตัวอย่างตอนมันเข้าโรง แต่ผมก็คงไม่มีเวลาไปดูอยู่ดี พอออกมาเป็น DVD เลยรีบดูทันที หนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงเรื่อง A Lot Like Love ขึ้นมา ถ้าคุณเป็นคนชอบความผูกพันกับตัวละคร คุณก้อต้องตกหลุมรักเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย ถ้าลองอ่านเครดิตแล้วก็คงไม่แปลกใจ เพราะเป็นผู้สร้างเดียวกันกับ Love Actually และ Nothing Hill (น้านใครยังไม่ดูไปดูซะ ^^) ปกติผมก็ไม่ได้เขียนวิจารณ์หนังอยู่แล้ว เพราะว่าเขียนไม่เป็น คงต้องหัดเขียนอยู่เหมือนกัน แต่ ส่วนใหญ่ที่เขียนๆ มาก็บอกแต่ความรู้สึกว่าชอบ อยากให้คนอื่นดูมั่งก็เท่านั้น คืนนี้ก่อนนอนถ้าอยากดูหนังรักสักเรื่องละก็ เรื่องนี้เถอะครับ
ทำไม มึง คิด กับกูแบบนี้ ขึ้นหัวมาด้วยภาษาเพื่อนๆ พูดกัน นี่เป็นคำพูดหนึ่งในหนังเรื่อง ” รัก/สาม/เศร้า” ที่ ต้อม ยุทธเลิศเป็นคนกำกับ ได้มีโอกาศได้ดูหนังตัวอย่าง หนังภาพสวย เนื้อหาน่าสนุก รู้สึกชอบจนต้องเก็บมาเขียน (นานๆ เขียนที) เพราะความเป็นภาษาที่ใช้อย่างว่า และ บทพูดในตอนหนังที่ถูกตัดมาทำ MV ที่ได้ดู มันได้ใจผมจริงๆ ลองดูตัวอย่าง นี่คงเป็นหนังไทยอีกเรื่องที่พยายามไปเสียเงินดูในโรง
200 Pound Beauty เรื่องอ้วนๆ กับความสวยของผู้หญิง มีโอกาสได้แอบดูหนังเรื่องนี้ก่อน ความจริงมีแผ่นมานานพอสมควรแล้ว แต่หาเวลาอันสมควรในการดูไม่ได้ เนื่องจากการงานและการเงินเร่งรัด ใช้ชีวิตแบบผิดๆ ไปหลายวัน เป็นเดือนๆ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูหนัง ดูแต่ Series อย่างเดียว Lost กับ 24 กำลังเข้าได้เข้าเข็ม เลยหาหนังเบาสมองมาระบาย ระบบนำร่องในการดำเนินชีวิตสักหน่อย เรื่องนี้เน้นเรื่อง สวยเติมได้ และ อย่าได้คิดว่า ใบหน้าไม่ได้ก่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม การที่ ใบหน้าและรูปร่าง อาจจะก่อให้เกิดความน่ารักน่าเอ็นดูกับผู้พบเห็น ส่งผลใน ธุรกรรมที่กระทำอยู่ สำเร็จได้อย่างง่ายขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นทั้งหมดนะครับ มันอยู่ที่ อุปนิสัยเป็นสำคัญอย่างนี้ไม่พ้น หนังเรื่องนี้ เนื้อหานำมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่อง “คันนะ คนจะสวยช่วยไม่ได้” เนื้อเรื่องดำเนินแบบขำๆ เหมือนการ์ตูน บางตอนขำสุดๆ บางเอกเล่นได้เปิ่นน่ารักเหมือนการ์ตูนจริงๆ Kim A-Jung เล่นเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องที่ 2 ถ้าเปรียบเทียบกับบทที่รับครั้งแรก (ไม่นับละครในทีวี เพราะผมไม่ได้ดู) ในเรื่อง When Romance [...]
ต้องบอกก่อนเลยเรื่องนี้ดูแล้วต้องบอกเลยว่า ดูหนังตัวอย่าง พร้อมเพลงประกอบ เพลง Run ของ Snow Portal แล้วได้อารมณ์ สุดๆ (ผมดูเป็นหนังตัวอย่าง) ทั้งภาพ และ ดนตรีประกอบ พาเราม้วน ขนลุกซู่ แต่…. พอดู DVD แล้วพบว่า เพลงนั้นหายไป เป็นแค่เพลง โปรโมทเท่านั้นเอง ถึงแม้หนังจะดูออกธรรมดาๆ ไปหน่อย แต่ มีฉากที่พระเอก เบน แรนดัลล์ (เควิน คอสท์เนอร์) ของเรา พูดกับ เพื่อนสาว ในบาร์ ที่คุ้นเคย ประโยคเป็นแบบนี้นะคัพ M : When the heck did we get oId? F: HeII, I’ve aIways been oId, Ben. You know [...]
ผมเป็นคนที่ชอบดู CSI แม้ว่าจะดูแล้วหลับก็ตาม หลังๆ หลับเก่งมาก และทุกครั้งที่ จบ มันก็จะมีชื่อ Jerry Bruckheimer (เอ้า ก้อเค้าเป็น โปดิวเซอร์นี่) ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่า เราได้ยินชื่อก็บ่อย ไม่เคยมานั่งดูเลยว่า Jerry Bruckheimer เค้าเป็น Producer ให้หนังเรื่องอะไรบ้าง โดนใจมากแค่ไหน ลองเข้าไปดูแล้วก็เก็ต เราชอบหนังเค้าจริงๆ http://www.imdb.com/name/nm0000988/ เช่นเรื่อง Deja Vu ดูตอนแรกนึกว่าหนังแนว เหนือมนุษย์ ดูเสร็จนี่มัน หนังวิทยาศาสตร์นี่หว่า Bad Boy 1 และ 2 Prirate of the Caribian Enemy of the State (1998) (producer) Coyote Ugly (หนังไม่เข้าแนวเลยนะเนี้ย) Black Hawk Down King Arthur [...]
WHITE NOISE 2 : THE LIGHT จับเสียงผี ภาคแรก สู่จับเสียงผี ครั้งใหม่ในภาค 2 ที่เปลี่ยนนักแสดงและเปลี่ยนผู้กำกับ จนลดเกรดตัวเองกลายเป็นหนังเกรดบีไปซะงั้น กำหนดฉายในอเมริกาก็ถูกถอดออกกะทันหัน งานนี้อาจจะได้ดูกันในรูปแบบ โฮม เอนเตอร์เทนเมนท์ ก็ไม่แน่ HANNIBAL RISING ต้นกำเนิดของฮันนิบาล เลกเตอร์ มือชำแหละสมองสุดอำมหิตผู้โด่งดัง 9 ก.พ. 2007 ในอเมริกา กงลี่ ร่วมแสดง HILLS HAVE EYES II สานต่อความสยองขวัญสั่นประสาทกับคนหลงทางกลุ่มใหม่ ที่เจอกับฆาตกรจากภาคแรก 2 มี.ค. 2007 ทีมงานใหม่หมด SPIDERMAN 3 ศัตรูมากกว่า 3 ความมันส์ทวีคูณเป็นสามเท่า โทบี้ แมกไกวร์ กลับมาในบทสไปดี้ ที่พร้อมโจนทะยานต่อกรกับเหล่าร้าย แต่ในภาคนี้ ต้องต่อกรกับจิตใจตัวเองด้วยนี่สิ ที่ว่ายากขึ้นกว่าเดิม 3 พ.ค. 2007 ทั่วโลก [...]
The Pursuit of Happyness หนังของ Will Smith เกือบทุกเรื่อง ที่เคยดู ผมจะชอบ อย่าง Hitch เนี้ย หนังธรรมดา ผมยังมีหน้าให้ 4 ดาว ซะงั้นเลยอะคัพ เรื่อง The Pursuit of Happyness เป็นเรื่องที่ถ่ายถอดมาจากเรื่องจริง ของ Sale Man ที่ประสบความสำเร็จที่สุด คนนึง ใน America ถ้าผมได้ดูเมื่อไหร่ ผมจะมาเขียนต่อ แล้วกัน ไม่อยาก Post เรื่องย่อไว้ เพราะไม่อยากเดาทางหนังถูก โดยส่วนตัวผมเองแล้ว ผมพยายามไม่อ่านเรื่องย่อ หรือ หาความน่าสนใจจากหนัง เพราะผมจะดูทุกเรื่อง ที่ดูได้ ผ่าน DVD ที่บ้าน 555 เมื่อไหร่ DVD ออกมาแล้วผมค่อยเขียนต่อละกัน
เรื่อง Eragon กับผมมีความหลังกันค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นเรื่องที่อยากดูมาก พยายามจะเข้าไปดูในโรงหนังคนเดียว ไม่ง้อใครเพราะไม่มีใครอยากดูด้วย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ดู ไม่สะดวกเรื่องเวลา ที่อยากดูไม่ได้อยากไปดูมังกงมังกรอะไรหรอกนะครับ ที่อยากดูเพราะส่วนตัวเป็นคนชอบหนัง period (หนังย้อนยุค) และใบปิดได้เท่โดนใจ ขนาดยังไม่รู้เรื่องว่ามันเป็นหนังต่อ 3 ภาค นะคัพยังชอบเลย พอดูจบ ต้องโหลด audio book เรื่อง eldest มาฟังซะหน่อย เพราะอยากรู้มาก [ratings]