หาสาระมาใส่เว็บซะบ้าง เดี๋ยวจะไม่มีซะเลย
พ่อของผมกับโบราณสถาน และ โบราณวัตถุนี่ตัดกันไม่ขาดจริงๆ สมัยตอนผมเป็นยังเป็นวัยรุ่นอยู่ (ตอนนี้เลยรุ่นนั้นไปนานมากแล้ว) พ่อมักจะไปประท้วงในอะไรๆ ที่ไม่ถูกต้องเสมอ ที่โดดเด่นจำได้ขึ้นอกขึ้นใจผมเลยก็คงเป็นเรื่อง ประท้วง การถ่ายทำหนังเรื่อง Mortal Kombat ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดมหาธาตุ และวัดไชยวัฒนาราม ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ่อก็คิดและเชื่อในแบบของพ่อที่มีความรักในวัฒนธรรมโบราณสถาน และ โบราณวัตถุ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมและวรรธน์ ชื่นชมในตัวพ่อมาก เราศรัทธาในความคิดของพ่อที่เป็นแบบนี้
เรื่องที่กำลังเป็นเรื่องอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องเขาพระวิหาร แน่นอนครับพ่อผมก็ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดเช่นกัน และพ่อผมก็เขียนไว้ในหนังสือ
กรณี ปราสาทพระวิหาร คนไทยจะพูดจาเป็นเสียงเดียวกันมิได้เชียวหรือ ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 22 กันยายน 2552
มันเป็น Logic ที่แสนง่าย ดังคำของพ่อที่ว่า “เราก็ต้องพูดให้เป็นเสียงเดียวกันว่า พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรนั้น เป็นที่ของเรา เราต้องมั่นคงในหลักฐานของเรา” เพราะอะไรครับ เพราะว่าเวลาเรามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรา พื้นที่ของบ้านเรา ทะเลาะกับคนข้างบ้าน นอกบ้าน คนอื่นๆ เราต้องพูดเหมือนกัน สามัคคีกัน ปกป้องพื้นที่บ้านของเรา แม้จะเป็นแค่หน้าบ้านเราก็ตาม เหมือนมีคนมาจอดรถขวางประตูหน้าบ้านเราอย่างนี้ คน 10 คนในบ้านก็ต้องบอกเหมือนกันว่า โอ๊ยคุณจอดไม่ได้หรอก มีรถเข้าออก ไม่ใช่ 2 คนบอกจอดไม่ได้ 2 คนบอกจอดได้ 2 คนบอกไม่รู้ไม่สนใจ โดยเฉพาะเสียงของผู้นำครอบครัว ต้องชัดเจนบอก จอดไม่ได้ แล้วทำไมประเทศไทยที่เป็นบ้านหลังใหญ่ของเรา ไม่เป็นอย่างนั้น ทำไมบางคนถึงบอกว่า 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่เท่าแมวดิ้นตาย อย่าไปขัดแย้ง พูดทำไม เฮ้อ
ผมดีใจที่พ่อมี Blog ทำให้ผมได้ติดตามความคิดของพ่อได้เสมอๆ (อีกหน่อยจะให้พ่อเล่น Twitter มั่ง เผื่อพ่อขี้เกียจอัพ Blog แล้ว) ดีใจที่ได้อ่านความคิดของพ่อครับ
อ่านบทความ กรณี ปราสาทพระวิหาร คนไทยจะพูดจาเป็นเสียงเดียวกันมิได้เชียวหรือ ที่ www.wisut.net
ตอนนี้หวัดระบาดไปทั่ว คนก็กลัวคนจามกัน เพราะเวลาจามก็จะมีละอองฝอยน้ำลายออกมา ทำให้คนอื่นกลัวติดโรคได้ แต่ถ้าเราเกิดไม่ได้จามเพราะเป็นหวัด แต่ อาจจะเป็นเพราะคัดจมูกชั่วคราวเท่านั้น แต่มันเกิดจามขึ้นมา อย่างนี้ก็แย่เลยสิ อย่างเช่น ถ้าเราเกิดนั่งรถตู้อยู่ ถ้าจามคนทั้งรถตู้คงมองเราเป็นตาเดียวแน่ๆ ทำยังไงที่จะหยุดยั้งการจามนั้นไว้ก่อน ชั่วคราว (เดี๋ยวค่อยจามภายหลัง)

ให้ใช้นิ้วชี้กด จุดที่เห็นดังภาพค้างไว้ก่อนจามอะคัพ (อาจจะเรียกปุ่ม ESC cancel การจามครั้งนั้นก็ได้นะครับเนี้ย) ถ้าอยากจามมากก็กดแรงๆ นิดนึง จะไม่จามครับ ไม่เชื่อลองดูครับ
แค่นี้เราก็ไม่จามบนรถตู้ หรือ ในลิฟท์แล้วครับ
ประวัติการบันทึกเสียงนั้น ทำได้ครั้งแรกที่ เมือง เมนโลปาร์ค รัฐนิวเจอร์ซี่ สหรัฐอเมริกา โดยฝีมือของ โทมัส อัลวา เอดิสัน เขาจดบันทึกว่าทำสำเร็จ เมื่อ วันที่ 15 สิงหาคม 1877 ตรงกับปี 2420 ของไทย หรือ รัชกาลที่ 5 ทรงครองราชย์ได้ 9 ปี
การบันทึก เป็นการบันทึกลง กระบอกเสียง (Edison’s Cylinder) รูปทรงกลม ขณะนั้น แผ่นเสียงยังไม่มี (เบอร์ไลเนอร์ ชาวเยอรมัน เป็นคนคิดแผ่นเสียงได้ โดยเอาหลักการของเอดิสันไปปรับปรุงใหม่)
เสียงที่ผมนำมาให้ฟัง เป็นเสียงแท้จากอดีต 129 ปีมาแล้วครับ
มีประวัติ ผมทำเป็นรูปภาษาอังกฤษของ เอดิสันมาให้อ่านกันด้วยครับ
แต่น่าเสียดาย ที่ เพลงแรกที่ถูกบันทึกไว้ ชื่อ Marry had a little lamb ขับร้องโดย โทมัส อัลวา เอดิสัน ที่ถูกบันทึกเสียงเป็นเพลงแรกของโลก ผมยังหาไม่พบครับ
อีก 16 ปีต่อมากระบอกเสียงนี้ถึงได้ ส่งมาขายในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2436 การบันทึกเสียงครั้งแรกในไทย เป็นการบันทึก เพลงเป๋(ฉ่อย) ขับร้องโดย แม่อินทร์ ดาราเพลงฉ่อยสมัยนั้น ที่ตลาดบ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา (จากการจดบันทึกไว้ของนาย ต.เง็กชวน) เมื่อปี พ.ศ.2437
ไปโหลดมาได้จากบิท ขอบคุณผู้ปล่อยคัพ
Posted by (0) Comment
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สเปญ อุ่นอนงค์
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์รามาธิบดี
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล
เราคงได้ยินเรื่องราวประเภท “เฒ่าหัวงู” หรือผู้ใหญ่ลวนลามเด็กหรือแม้กระทั่งข่มขืนเด็กอยู่เป็นระยะๆโดย เฉพาะเมื่อเรื่องเกิดกับผู้มีชื่อเสียงสังคมก็จะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ในความเป็นจริงเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ มาเป็นนานแล้วไม่ใช่ว่าสังคมเพิ่งจะมาวิปริตหรือเพิ่งจะมามีการกระทำมากขึ้น แต่ที่เราได้ยินบ่อยขึ้นเป็นเพราะมีการเปิดเผมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็นโรค”ชอบเด็ก”
เราคงจะเคยได้ยินอีกเช่นกันว่าผู้ใหญ่ (ที่เป็นผู้ชาย) มักชอบ”เด็กๆ” ซึ่งหมายถึงผู้หญิงสาวอายุน้อยๆ ผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว(ทั้งหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่) มักเห็นผู้หญิงสาวๆ เด็กสาวๆวัยรุ่น นักศึกษาสาวๆว่าน่ารัก แบบนี้ใช่โรค”ชอบเด็ก” หรือไม่ ถึงตรงนี้ผู้อ่านที่เป็นผู้หญิงที่สามีมีพฤติกรรมแบบนี้คงอยากรีบตอบว่าใช่แล้วจับตัวไปรักษาเลย บังเอิญยังไม่ใช่ครับ โรค”ชอบเด็ก” ขนานแท้นั้นเด็กที่ว่านี้ต้องเป็นเด็กที่ร่างกายยังไม่เข้าสู่วัยรุ่นครับ หมายความว่าเด็กจะอายุเท่าไรไม่ค่อยสำคัญ (ทางการแพทย์นะครับไม่ใช่ทางกฏหมาย) ถ้า”เด็ก”ตาม”สเปค” ของผู้ชายคนนั้นเป็นแบบที่ยังไม่”แตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาว” เราจึงจะถือว่าผู้ชายคนนั้นเป็นโรค”ชอบเด็ก” คนที่เป็นโรค”ชอบเด็ก” มักเป็นผู้ชายที่ชอบเด็กผู้หญิงแต่ก็มีบ่อยครั้งที่ชอบเด็กผู้ชาย แบบนี้เราเรียกว่าเป็นทั้งโรคชอบเด็กและรักร่วมเพศ (homosexual) ครับ รายที่เป็นผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้วและชอบเด็กชายที่ยังไม่แตกเนื้อหนุ่มก็ถือว่าเป็นโรคนี้เช่นกันแต่ไม่ค่อยพบครับ คนที่เป็นโรค”ชอบเด็ก”มักมีความกลัวผู้หญิง (ที่เป็นผู้ใหญ่) อยู่ลึกๆและมีความไม่มั่นใจในตนเองเวลาจะมีอะไรกับหญิงสาวจึงเลือกเด็กเพราะ”น่ากลัว”น้อยกว่าและรู้สึกมั่นใจกว่า คนที่เป็นโรคนี้ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่มีให้เลือกเขาจะเลือกเด็กแทนที่จะเลือกผู้หญิงสาว