วันก่อน ก็นั่งนึกไปว่า เห้อ เราเปลี่ยน Email มากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วเนี้ย ไหนจะหลงจะลืม ไม่ได้เช็คอีเมลเก่าๆ ไหนอีเมล ใหม่ๆ ไม่ได้แจ้งคนใหม่ๆ ให้รู้จัก ถามทีไร ผมก็เปลี่ยนอีเมล์ทุกครั้งไป แต่ครั้นจะหา Free Email Forwarding Services ที่คอยส่ง ไป Email ต่างๆ ให้เราก็หาที่เชื่อถือได้ยากเหลือเกิน แล้วก็ครั้นจะทำ Domain ตัวเองให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปก็อีกนั้นแหละ Domain หมดอายุก็ยังไม่ได้ต่อเลย แต่ลองคิดย้อนไปเมื่อก่อนก็ Email.com ผมก็เลิกใช้ไปในที่สุด เลยลอง Search ๆ ดู ดูแล้ว ก็เห็นว่าเป็นเจ้าเดิมๆ ที่ล้วนแล้วแต่ต้องจ่ายเงินเพื่อใช้งานทั้งนั้น หรือไม่ก็ฟรี แต่มีข้อจำกัดต่างๆ หรือไม่ก็ชื่อที่แสนจะไม่น่าเชื่อถือซะเลย คิดไปแล้วก็อยากจะทำเองซะเลย เอ๊ะ หรือว่าแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้นเหตุจริงๆ อาจจะเกิดกับการที่เราเปลี่ยน อีเมล์บ่อยๆ ก็ได้
อ่านต่อ
1 2 3 4 5 | public class MainClass { public static void main(String[] args) { System.out.println("Java"); } } |
บางครั้งเราเปิดงานเก่าของเราใน Visual Studio 2005 ไม่ว่าจะเป็น VB.Net หรือ C# จะพบว่า ไม่สามารถเปิด Form ได้ และมี Error “One or more errors encountered while loading the designer” เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นอุบัติภัยที่เสียหายอย่างร้ายแรง เลยมีข้อสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น CODE ก็ไม่ได้แก้อะไรสักหน่อย ทำไมเป็นอย่างนั้น
“One or more errors encountered while loading the designer”
ช่างเป็นประโยคที่บาดจิตใจโดยไม่รู้จะแก้ไขยังไงดี ผมเลยไป Search ใน Google (จริงๆ ผมก็ไม่ได้ใช้ .Net หรอกครับ แต่น้องๆ พี่ๆ ที่ Office เค้าใช้กัน) พบว่ามันมีวิธีแก้ที่ได้ผลจริงอยู่ โดยวิธีการแก้ไขง่ายแสนง่าย อ่านต่อ
โดยปกติแล้ว ใน MSSQL ไม่มี Function MD5 มาให้ ผมได้ลองค้นหาทาง Internet แล้ว ทำให้พบว่า เราต้องสร้าง การใช้ Function Hash MD5 ดังกล่าวด้วยตัว ซึ่งผมก็เจอ Project นึงใน CODE PROJECT ซึ่งเป็นการเขียน Function MD5 สำหรับ MSSQL เอาไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากลองทดสอบ และใช้งานแล้ว พบว่า มีความสามารถเหมือน MD5 ของ MySQL เลย จึงอยากเขียนเก็บไว้ให้คนอื่นที่มีความต้องการอย่างเดียวกัน เก็บไว้ใช้บ้างตอนแรกโหลดไฟล์ xp_md5_dll.zip แล้วแตกไฟล์ xp_md5.dll ไปที่
C:\Program Files\Microsoft SQL Server\MSSQL\Binn
จากในไปที่ Query Analyzer แล้วพิมพ์
USE master;
EXEC sp_addextendedproc ‘xp_md5′, ‘xp_md5.dll’
ก็คือการ เอา dll ไปใช้ใน mssql นั่นเอง จากนั้น ให้ไปสร้าง User Defined Function ด้วย Script นี้ ในแต่ละ DB ที่เราจะใช้ หรือ สร้างไว้ที่ Master แล้วอ้างอิงเรียกใช้ก็ได้
1 2 3 4 5 6 7 | CREATE FUNCTION [dbo].[md5] (@DATA TEXT) RETURNS CHAR(32) AS BEGIN DECLARE @hash CHAR(32) EXEC master.dbo.xp_md5 @DATA, -1, @hash OUTPUT RETURN @hash END |
เวลาเรียกใช้ก็เพียงแค่
1 | SELECT dbo.md5('admin') |
มันก็จะ return มาเป็น
21232f297a57a5a743894a0e4a801fc3
ซึ่งจะเท่ากับของ MySQL เปรี๊ยบเลย
ขอดี ของการฝัง MD5 Function ใน MSSQL
ทำให้โปรแกรมเมอร์ต่างๆ ที่เขียนกันต่างภาษาไม่ต้องไปเขียน Function MD5 กันให้วุ่นวาย
ขอเสีย
ถ้าย้าย DB ก็ต้องมาหา Function กันใหม่ ผูกติดเกินไปสำหรับ Database
ลองโหลดไปลองเล่นกันดูได้ครับ
ขอบคุณ Vic Mackey
Posted by (1) Comment
ไม่ได้แนะนำอัลบั้ม มานานพอสมควร มาคราวนี้ มาด้วย นักร้องสาวเสียงสวย Clementine ใน สไตล์ Bossa Nova
ถ้าคนเป็นคนนึงที่ชอบฟัง Lisa Ono และ Bozza Nova เป็นเสียงผิวปากตอน อาบน้ำตอนเย็น อัลบั้มนี้ไม่ควรพลาดอย่างแรงด้วยประการทั้งหลายทั้งปวง
เพราะ นี่คือ อัลบั้มของนักร้องสาวชาว ฝรั่งเศส Clementine ที่เสียงนุ่ม และ ไพเราะจับใจเหลือเกิน อัลบั้มนี้เป็น Jazz แบบ Bozzanova แม้ว่าเธอจะเคยทำ อัลบั้ม Style French Pop ในอัลบั้มก่อนๆ (ผมก็ไม่เคยฟังนะครับ แต่เท่าที่อ่านมาเค้าบอก French Pop)
ดนตรีอัลบั้มนี้ฟังได้ง่ายมาก เหมาะกับคนที่เริ่มหัดฟัง Jazz เรียกว่าเป็น Jazz for Beginner ได้เลย
อ่านต่อ
มีโอกาศได้เข้าไปอ่าน จาก Digger เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจที่ หาเงินได้อย่างน่าประหลาดใน Internet
1. Million Dollar Homepage
1000000 pixels, charge a dollar per pixel – that’s perhaps the dumbest idea for online business anyone could have possible come up with. Still, Alex Tew, a 21-year-old who came up with the idea, is now a millionaire.
2. SantaMail
Ok, how’s that for a brilliant idea. Get a postal address at North Pole, Alaska, pretend you are Santa Claus and charge parents 10 bucks for every letter you send to their kids? Well, Byron Reese sent over 200000 letters since the start of the business in 2001, which makes him a couple million dollars richer. Full Story
3. Doggles
Create goggles for dogs and sell them online? Boy, this IS the dumbest idea for a business. How in the world did they manage to become millionaires and have shops all over the world with that one? Beyond me.